ความสุขเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่............................

 

 


จู่ๆ ฝนก็เทลงมาอย่างหนักแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย  ทำให้รถราบนถนนเคลื่อนที่ได้ไม่สะดวกนัก

“จะทันไหมนะ” นั่นคือเสียงของแม่ที่แทรกขึ้นมากลบกลื่นความเงียบภายในแท็กซี่

ที่จริงจะว่าเงียบก็ไม่เชิง แต่นอกจากเสียงสายฝนภายนอกแล้ว ก็ไม่มีเสียงอะไรอีก

อ้อ ยังได้ยินเสียงที่ปัดน้ำฝนดังอยู่เบาๆ เบาๆจริงๆ

รถบนถนนค่อยๆเคลื่อนตัวไปข้างหน้าเรื่อยๆอย่างยากลำบาก

นานเกือบชั่วโมง กว่าที่ แม่ ฉัน และเพื่อนของฉันอีกคนจะมาถึงที่หมาย

ทั้งที่หอพักของฉันกับที่หมายห่างกันไม่ถึงสิบกิโล

นึกไปถึงตอนที่รถไม่ติด ฝนไม่ตก อย่างมากก็แค่สิบห้านาทีเท่านั้น

 

 

 

 

 

ถือว่ายังโชคดีอยู่มากที่มาทันเวลา แถมมาก่อนเวลาราวๆชั่วโมงครึ่ง

ด้วยความที่แม่กลัวว่า ถ้าฝนตกแล้วจะขึ้นเครื่องไม่ทันเลยรีบแบบสุดขีด

...ตามแผนที่วางไว้ แม่บอกว่าจะขึ้นมาอยู่กับฉันหนึ่งอาทิตย์

แต่กลับอยู่ได้แค่สี่วัน แม่ก็ต้องกลับกะทันหัน

เพราะเมื่อเช้า หลังจากที่แม่วางโทรศัพท์ ก็หันมาบอกกับฉันว่า “แม่กลับเย็นนี้เลยนะ”

แน่ล่ะ มันก็ต้องมีหวิวๆกันบ้าง นึกว่าจะได้อยู่กับแม่มากกว่านี้

ก็ไม่ได้เจอกันสามเดือน เหมือนความหวังมาล้มเสียกลางคัน...

 

 

 

 

 

 แต่ด้วยความที่มาก่อนเวลานี่แหละ เลยเป็นผลดี ที่จะได้มีเวลาอยู่กับแม่นานขึ้น

เพราะถึงแม้ว่าแม่จะมาเยี่ยม แต่ตอนกลางวัน ฉันก็ต้องไปเรียนอยู่ดี

แทบจะไม่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเลย

...หลังจากเชคอินเป็นที่เรียบร้อย เราสามคน ฉันหมายถึง แม่ ฉัน และเพื่อนของฉัน

เลยฆ่าเวลามานั่งมองเครื่องบินร่อนขึ้น ทีละลำ ทีละลำ ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกอยู่

 

 

 

 

เสียงคนสามคนที่คุยกันอย่างออกรส ดังไปทั่วบริเวณ อย่างไม่กลัวอาย

เพราะตรงนี้มีแค่เราสามคนเท่านั้น

จู่ๆ ฉันก็พูดขึ้นมาด้วยแววตาที่เพ้อฝัน ว่าอยากลองขึ้นภูกระดึงดูสักครั้ง

แม่ก็พูดขึ้นมาว่า “แม่เคยไปแค่ครั้งเดียว ตอนเริ่มคบกับพ่อ”

ฉันออกจะตกใจและตื่นเต้นเล็กน้อย เป็นความรู้ใหม่ที่รู้ว่าแม่กับพ่อพิชิตรักบนยอดภูกันมาแล้ว

...ก็จากที่เคยได้ยินมา ภูกระดึงเป็นที่ที่หนึ่งที่คู่รักนิยมไป ด้วยการเดินทางที่ยากลำบาก

จึงเป็นการพิสูจน์คนไปในตัวด้วยล่ะมั้ง คู่รักจะจับจูงกับเดินขึ้นภูไปเรื่อยๆ จนถึงยอด...

ด้วยความที่อยากรู้จึงถามแม่ว่า แม่กับพ่อเป็นแบบนี้บ้างไหม

แม่ยิ้มตอบกลับมา และเริ่มเล่าว่า

“ตอนพ่อไปที่บ้าน และบอกยายว่าจะชวนแม่ไปภูกระดึง ยายถามตอบกลับมาว่า จะไปกันทำไม

แต่สุดท้ายแม่กับพ่อ ก็ได้มาเยือนภูกระดึงจริง

ทีแรกพ่อกับแม่ ตั้งเป้ากันว่า จะแบกสำภาระกันเอง โดยไม่จ้างลูกหาบ

แต่จนแล้วจนรอด พอเดินไปได้ครึ่งทาง ก็เหนื่อยจนต้องจ้างลูกหาบอยู่ดีนั้นแหละ

แถมแพงกว่าจ้างพวกลูกหาบข้างล่างเสียด้วยสิ

แต่พอเดินถึงยอดภู ข้างบนสวยมาก จนรู้สึกหายเหนื่อยได้จริงๆ”

ฉันยังคงสงสัยอยู่ เลยถามแม่ว่า “อ้าว แล้วพ่อจูงมือแม่ขึ้นภูหรือเปล่า”

คราวนี้แม่หัวเราะตอบกลับมา แล้วเล่าต่อว่า

“โอย แค่เดินพาตัวเองไปก็เหนื่อยแทบตายแล้ว อย่างพ่อคงไม่เรียกว่าจูงมือแม่

แต่ต้องเรียกว่า ลากแม่ขึ้นภูมากกว่า ดีนะ ไม่ทิ้งกันไว้กลางทาง”

หลังจากแม่เล่าจน เสียงหัวเราะของคนสามคนก็ยังยิ่งขึ้น

แม่มักจะเล่าถึงเรื่องของพ่อให้ฉันฟังค่อนข้างบ่อย ซึ่งตอนนี้ก็ยังคงเล่าไม่หมด

เพราะมีหลายวีรกรรมเหลือเกิน แต่ละวีรกรรมก็เด็ดๆทั้งนั้น

 

 

 

 

 

 ฉันออกจากสนามบิน หลังจากที่ส่งแม่เข้าที่พักผู้โดยสารเป็นที่เรียบร้อย

ฝนเริ่มจะซาลงแล้ว แต่ก็ยังทิ้งร่องรอยไว้เยอะแยะเชียว

ฉันและเพื่อนกลับเข้ามาในมหาวิทยาลัยอีกครั้ง เพราะต้องประชุมที่ชมรม

ฉันประชุมเสร็จ พอๆกับที่แม่เดินทางถึงบ้านพอดี

แม่บ่นเสียดายเล็กน้อยที่อดชมวิวสวยๆ เพราะฝนตก เมฆบังวิวเสียหมด

 

 

 

 

 

...ตอนกลับหอ โชคดีหน่อย ที่ได้ติดรถเพื่อนที่อยู่ซอยเดียวกันกลับด้วยกัน

รถบนถนนยังติดอีกเช่นเคย ผลพวงจากการที่ฝนตก

แต่ข้อดีของมันอยู่ที่การที่ฉันได้ฟังเพลงจากวิทยุกับเพื่อนหลายเพลงขึ้น

เราร้องเพลงไปด้วยกัน ด้วยน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก ร้องไป ก็ขำเสียงตัวเองไป

แต่ฉันรู้สึกว่า เพลงมันแสนจะไพเราะ เพราะเราร้องด้วยกัน

ไม่น่าเชื่อว่า วันธรรมดา ก็มีช่วงเวลาที่พิเศษได้เหมือนกันนะเนี่ย

 

 

 

 

 

และฉันก็ต้องยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อมาถึงห้อง

แม่แปะโน๊ตไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือของฉัน ซึ่งก็น่าจะเขียนทิ้งไว้ตอนที่ฉันไปเรียน

ข้อความในโน๊ตสีเขียวเลมอน ทำให้ฉันอมยิ้มได้ทุกบรรทัด

 

...สิ่งที่ต้องทำประจำวันของลูกสาวแม่

๑. อ่านหนังสือทบทวนบทเรียน เพื่ออนาคตที่ดีของตัวเองนะจ๊ะ

๒. ตื่นนอนให้เช้าๆ จะได้ทำอะไรมากมาย และได้กำไรกว่าคนที่ตื่นสาย

๓. เมื่อตื่นเช้าแล้วก็หาโอกาสไปใส่บาตร จะได้สดชื่น

๔. กินข้าวให้ตรงเวลา อย่านอนดึก ดูแลสุขภาพด้วย

๕. แม่รักลูกสาวที่สุด

แม่เอง...

 

 

 

 

 ฉันไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ฉันและแม่จะได้เจอกันอีก แต่สี่วันที่ได้อยู่กับแม่ถือว่าคุ้มจริงๆ

ต้องขอบคุณแม่ที่ขึ้นมาเยี่ยม ขอบคุณสายฝนที่ทำให้รถติด

ขอบคุณที่ทำให้ฉันไปส่งแม่ก่อนเวลา และขอบคุณที่ให้ฉันเกิดมาเป็นลูกแม่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

........................................จับฉ่าย....................................

edit @ 11 Sep 2011 22:38:34 by จับฉ่าย

Comment

Comment:

Tweet

เวลาที่อยู่กับครอบครัวถือว่าเป็นเวลาที่ควรแก่การจดจำ
..จดจำว่าครั้งนึงเราเคยมีครอบครัวที่น่ารักแบบนี้นะครับbig smile

#7 By Mr.P on 2011-10-02 16:26

อ่านแล้วก็.... คิดถึงแม่

Hot!

#6 By เงาดาว on 2011-09-17 14:50

คุณพ่อคุณแม่น่ารักจัง

#5 By utopui on 2011-09-12 23:30

ภูกระดึงมักจะเป็นสถานที่ที่น่าจดจำสำหรับใครหลายๆคนคับ
อดีตมีชีิวิต ตั้งใจเรียนะคับ เอาใจช่วยนะเด็กดีHot!

#4 By นู๋ดำ ดอท X-Teen on 2011-09-10 15:25

อนาคตนักเขียนใหญ่แน่นอน ฟันธงอิอิ

ลองไปที่เวบ ต่วนตูน นะจ้ะ

หนังสือเขาอยุ่นาน 41 ปี มีเรื่องดี ๆ น่าอ่าน
และรับนักเขียนสมัครเล่นตาลอดจ้าาาา

open-mounthed smile confused smile Hot!

#2 By ปิยะ99 on 2011-09-09 09:01

จบซึ้ง..

อบอุ่นใจ big smile big smile

#1 By อิสระรำพัน on 2011-09-09 02:03