สิ่งที่ไม่มีในห้องเรียน............................


 

 

 

ได้ฤกษ์เขียนบล็อกสักที หลังจากที่อพยพกลับมาอยู่บ้านได้สองอาทิตย์แล้ว

ที่จริงกะไว้ว่า พอกลับมาจากฝึกงาน จะเขียนเล่าประสบการณ์ทันที แต่ก็มีเรื่องวุ่นๆหลายอย่าง

เริ่มตั้งแต่ตอนเดินทางกลับมาจากฝึกงานที่ต้องเลื่อนให้กลับเร็วขึ้นหนึ่งวัน

ระยะทางจากนครราชสีมาถึงกรุงเทพมหานครใช้เวลาเดินทางเกือบหกชั่วโมง

วนเวียนอยู่หลายทาง หลายจังหวัด กว่าจะมาถึงที่หมายได้ เนื่องมาจาก “น้องน้ำ”

ฉันก็เป็นเหมือนหลายๆคนที่ต้องหนีน้องน้ำ ก่อนที่น้องน้ำจะเข้ามาประชิดตัว

แต่โชคดีหน่อยพอกลับมาจากฝึกงาน หอที่พักอยู่น้ำยังมาถึง อาหารการกินยังพอมีขายอยู่บ้าง

ร้านรวงก่ออิฐถือปูนกั้นน้ำกันเยอะแล้ว ผู้คนเริ่มน้อยลงเพราะพื้นที่ที่อยู่ถูกประกาศเป็นพื้นที่เสี่ยง

อย่างไรก็เถอะ คนที่บ้านก็ไม่กล้าเสี่ยงให้ฉันอยู่คนเดียว จึงโดนเรียกตัวกลับเป็นการด่วน!!

วันที่เดินทางกลับบ้าน ถนนยังแห้ง ไม่เจอเขตน้ำ แต่สองวันให้หลังน้ำเริ่มเข้ามาประมาณเข่า

จนตอนนี้ ได้ข่าวว่า ยังอยู่ที่ประมาณเอว และไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลยแม้แต่น้อย


 

 

 

 

 

ปิดเทอมที่ผ่านมา ฉันต้องไปฝึกงานสองที่ เพราะจะได้ทั้งด้านพืชและด้านสัตว์ ครบถ้วนเลยทีเดียว

ที่แรกที่ไปคือ สถานีวิจัยทับกวาง ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี

เลี้ยงเอาเหนื่อยเหมือนกัน เพราะต้องอยู่กับน้องหมู น้องวัว เยอะแยะทีเดียว

...สำหรับน้องหมู เจอะเจอสารพัด ไม่ว่าจะเป็นให้อาหารที่พอให้ผิดเวลาไปนิดเดียวก็จะร้องดังลั่นไปทั้งฟาร์ม

ล้างคอกหมูซึ่งเมื่อล้างคอกสุดท้ายเสร็จ คอกแรกดันอึออกมาอีกแล้ว เรียกว่าโกยกันเหนื่อย

ทดสอบพันธุ์ โดยต้องใช้มัดผ่าตัดเจาะลงไปบนหลังเพื่อวัดชั้นไขมันเพื่อนำมาคำนวณกับปริมาณอาหารที่ให้

ตัดเบอร์หูหมู ซึ่งจะต้องตัดบริเวณขอบใบหูเพื่อบ่งบอกถึงชาติกำเนิดของมันนั่นแหละ

รีดน้ำเชื้อ ซึ่งต้องเจอกับหมูพ่อพันธุ์ตัวโตๆ ที่หนักสามร้อยกิโล แถมยังหื่นมากด้วย น่ากลัว บรื๋อออ

ตอนหมู ต้องผ่าเอาลูกอัณฑะออกมาเพื่อทำหมูที่เรียกว่าหมูตอน จะได้โตเร็วๆ และไม่มีกลิ่นเหม็นสาบ

งานนี้ ผู้หญิงจะทำกันเป็นส่วนใหญ่ ไร้วี่แววผู้ชาย เพราะหนุ่มๆเขาบอกว่า รู้สึกเสียว แปล๊บๆ

แล้วยังมีแปรรูปผลิตภัณฑ์ เรียกได้ว่าเพลิน และอิ่มมากด้วย เพราะได้ชิมโน่นชิมนี่

 


 

 

 

...สำหรับน้องวัว จะต้องตอนแล้วก็ตีเบอร์ สองอย่างนี้ยากตอนจับวัวมัด งานนี้ฉันไม่กล้าลงมือเอง

เพราะวัวมันตัวใหญ่ ทำได้เพียงแต่ทายา เพราะไม่กล้าเอาเหล็กร้อนๆไปนาบวัวเพื่อให้ขึ้นเบอร์

ทำความสะอาดคอกก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะทำตอนที่วัวออกไปกินหญ้า ไม่มีวัวมากวนใจ

ที่กล้าๆหน่อยเห็นจะเป็นการฉีดวัคซีน ซึ่งไม่ยากเหมือนการตอนและตีเบอร์

แต่สิ่งที่ชอบสุด เห็นที่จะเป็นการลงทุ่งหญ้าเลี้ยงวัว ถึงจะร้อน แต่ก็เห็นอะไรเยอะดี


 

 

ที่ทับกวาง วิวจะสวยมาก เพราะโอบล้อมไปด้วยภูเขาหินปูน โดยมีทั้งลูกที่ยังสมบูรณ์อยู่

และลูกที่โดนระเบิดเพื่อทำเหมืองหิน ได้ยินเสียง ตูมต้ามกันตลอดทั้งวัน

ตอนเย็นจะบรรยากาศดีหน่อย เหมาะแก่การเดินเล่น นั่งดูฝูงค้างค้าวบินออกจากถ้ำ

 

 

 

 

 

 

ที่ฝึกงานที่ที่สอง คือสถานีวิจัยปากช่อง ตำบลปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

ไม่ใกล้ไม่ไกล ห่างจากที่แรกประมาณสามสิบกิโลเมตร บรรยากาศจึงคล้ายๆกัน

งานที่ได้ทำที่นี่ คือการเรียนรู้วิธีการเพาะพันธุ์และดูแลรักษาพืชผล 

ศึกษาพันธุ์ต่างๆของพืชแต่ละชนิด บางสายพันธุ์ฉันก็เพิ่งจะเคยเห็นที่นี่ครั้งแรกเหมือนกัน

ทั้งกล้วยพันธุ์แปลกๆ ที่อดไม่ได้ที่จะแบกกลับไปปลูกที่บ้าน มะขามยักษ์ฝักใหญ่ๆ

น้อยหน่าเพชรปากช่องลูกโตๆ ที่เก็บมาลองชิมได้ตามใจชอบ

อะโวกาโดที่เพิ่งจะรู้ว่ามันจะมีมีพันธุ์ที่รูปร่างกลมไม่เหมือนที่ขายตามตลาดอีกด้วย

และอะไรอีกหลายๆอย่าง ที่ท้าทายให้ชิม

แถมยังได้ลองฝึกขับรถแทรกเตอร์แล้วก็ใช้เครื่องตัดหญ้าด้วย สนุก และไม่ยากอย่างที่คิด

 

 

 

 

 

 

ยังมีอีกหลายเรื่องราวที่ยังไม่ได้เล่าลงไปให้นี้ เพราะพื้นที่ๆมีจำกัด

ถ้าจะเล่าให้หมด เกรงวันจะต้องนั่งจับเข่าคุยกันสามวัน ^ ^

เอาเป็นว่า ถ้าอยากรู้เรื่องอะไรเพิ่มก็ถามทิ้งไว้ในนี้ก็แล้วกันค่ะ

นับได้ว่า ฝึกงานครั้งนี้ ได้อะไรกลับมามากมาย ชนิดที่แบกกลับมาคงไม่หมด

ไม่ว่าจะเป็นความรู้ใหม่ๆที่แตกต่างไปจากการนั่งฟังอาจารย์บรรยายในห้องเรียน

ได้รู้จักอาจารย์ เจ้าหน้าที่ คนงาน ที่สถานีฝึก จากไม่รู้จักกัน คุยกันจนสนิท

ได้รู้จักเพื่อนมากขึ้น บางคนอาจจะแค่เจอกันในคณะ แต่ก็ไม่เคยได้คุยกันมากขนาดนี้

กินด้วยกัน นอนด้วยกัน ทำงานด้วยกัน 

จากคนที่เคยเดินผ่านกัน จากเธอ จากฉัน กลายมาเป็นเราไม่อย่างไม่น่าเชื่อ

การฝึกงานจบลง แต่มิตรภาพและสิ่งดีๆในใจฉันยังไม่จบ เพราะชีวิตเรายังต้องเดินทางไปอีกไกล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 
 
 
 
...ฉันภูมิใจที่ได้เรียนคณะเกษตร แม้ว่าสายตาของบางคนอาจจะมองข้ามๆขัดๆคณะนี้อยู่บ้าง
 
แต่ฉันก็ดีใจที่เลือกเรียนไม่ผิดทาง ฉันมีความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเกษตร
 
ฉันมีความสุขที่ได้เห็นรอยยิ้มของเกษตรกรที่ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหนก็ยังยิ้มด้วยความจริงใจ
 
ชีวิตหนึ่งชีวิต ขอแค่ได้ทำในสิ่งที่รัก และได้เห็นเกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
 
แค่นี้ ก็เพียงพอแล้วสำหรับเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่งที่ดั้นด้นมาเรียนเกษตร
 
 
 
 

 
“เรียนเพื่อปริญญา หรือประชาผู้ยากไร้”
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
..........................................จับฉ่าย.........................................

edit @ 12 Nov 2011 20:23:23 by จับฉ่าย

Comment

Comment:

Tweet

สนใจติดต่อได้ที่ 0807977770 - 6 ,0828634313-6,0821988880-6
http://gclub-royal.com
http://sbobet.gclub-royal.com
http://ibcbet.gclub-royal.com

#16 By ppppppddd (103.7.57.18|202.58.99.182) on 2012-08-03 21:08

ใช่ครับ คุณค่าที่คุณบอกมาทั้งหลายนั่น มันหาไม่ได้ง่าย ๆ ในห้องเรียน

แต่คิดอีกที โลกนี้ก็เป็นห้องเรียนห้องหนึ่งเหมือนกันนะ รึคุณว่าไง

#15 By kae on 2011-12-29 01:42

@อิสระรำพัน จะว่าไป ตอนฝึกงาน มีอยู่ช่วงนึงที่คุยโต้ตอบกันแบบเป็นแคนโต่ สนุกดีค่ะ มันเชียว โต้กันไปโต้กันมาจนเหนื่อย

ฉัน
เห็นรอยยิ้ม
ในแววตาของเทอ

#14 By จับฉ่าย on 2011-11-18 21:00

ให้ไปตอนหมู ไม่ดีมั้ง
ผู้ชายเสียวทุกคน 55+


ดูท่าจะได้ประสบการณ์เยอะเลย

ได้แคนโต้มั่งมั้ยครับ



big smile big smile Hot! Hot!

#13 By อิสระรำพัน on 2011-11-18 03:46

อึมน่าคิด..เรียนเพื่ออะไร..
แต่เมื่อมีความสุขก็นับว่าดีมากแล้ว ..
ประสบการณ์ที่คุ้มค่า..
มันไม่ได้หาได้จากห้องเรียนบนตึกจริงๆ
ขอให้ประสบความสำเร็จในการเรียน และในชีวิตนะคะHot! Hot! Hot!

#12 By jeabjung on 2011-11-15 23:06

ชอบประโยคสุดท้ายจัง
ตั้งใจเรียนเข้านะจ๊ะ
ฮ่าๆๆๆ
big smile open-mounthed smile confused smile Hot! Hot!

#11 By Nirankas on 2011-11-15 20:35

เหนื่อย แต่ก็สนุกดีค่ะ ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ที่เข้ามาคุยกัน ^ ^

@เจ้ เลี้ยงหมู กินหมูลงค่ะ เพราะเขาทำอาหารเป็นหมู ให้กิน ก็ต้องกินค่ะ สงสารมันตอนทดสอนพันธุ์กับตอนตอนค่ะ

@พี่เมนี่ ค่ะ สนุกดี รู้อะไรใหม่ๆเยอะขึ้น มันช่วยยืนยันว่า เราเหมาะกับตรงนี้ที่สุดแล้ว เดี๋ยวไปคุยต่อในอีเอ็มเอสนะคะพี่

@อ.นุช แต่ดิวก็เกือบแย่เหมือนกันค่ะ สงสารน้องหมูตั้วน๊อยน้อย แต่ก็จริงค่ะ ไม่กล้าลอง ก็จะกลัวมันตลอด ขอบคุณนะคะ

#10 By จับฉ่าย on 2011-11-15 19:26

เห็นน้องหมูน่ารักๆแล้วกินมันไม่ลงเลย สงสารsad smile Hot!

#9 By บุรุษนิรนาม on 2011-11-15 16:48

พี่ดีใจ ที่ดิวมีความสุขกับการฝึกงาน เห็นไหมว่า ไม่มีอะไรที่ยากเกินใจ
เราเป็นคนบอกพี่ว่ากลัวการตอนหมู แต่เราก็ทำได้ ยอดเยี่ยม

ดิวจำไว้นะว่า ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน

#8 By อ.นุช (202.91.18.201) on 2011-11-15 16:33

ว้าว ,, ดูอากาศดีจัง,,


น้องหมู น้องวัว น่ารัก,, :)

#7 By ช ม เ พ ลิ น * on 2011-11-13 18:14

อิอิ หาภาษาไทยอยู่นานกว่าจะได้คีย์ค่ะ
มาเม้นท์หลังจากตอบอีเอ็มเอสไปจ้า

ดีใจที่กลับมาแล้วนะคะสาวน้อย

น่าสนุกจังเลยนะคะ แต่ก็คาดว่าเหนื่อยหนักเอาเรื่องทีเดียว
แต่แคร์ที่ไหนใช่มั้ยคะ เพราะดูนู๋จะชอบและถูกใจ
ไม่น้อยเลย

น้อยหน่าน่าทานมากค่ะ บรรยากาศดูสบายจังเลยนะคะ

big smile big smile big smile

#6 By PeSaZz~* on 2011-11-13 14:35

พูดถึงตอนหมู กับเอาเหล็กไปนาบวัวเพื่อตีตรา น่ากลัวอ่ะครับ บทเรียนชีวิตสินะครับ ที่ไม่มีในห้องเรียน Hot!

#5 By Mr.P on 2011-11-13 12:53

น่าอยู่ดีนะครับbig smile

#4 By มาลิกก้าแมน on 2011-11-13 11:28

ได้อยู่ในไร่ ในสวน ในฟาร์ม น่าอิจฉามากbig smile

#3 By Clepsydra:: on 2011-11-13 04:58

เลี้ยงหมูวัวแล้วกินมันลงไหมนี้
ตอนเจ้เลี้ยงเป็ด ตั้งแต่นั้น
ไม่กินเป็ดตั้ง 20 ปีเต็มไม่สงสารนะ แต่เหม็นสาป

วิวสวย ปากช่องหน่อยหน่าหนังดัง

confused smile Hot!

#2 By ปิยะ99 on 2011-11-12 21:42

Hot! Hot! Hot! Hot!

โห... ดูหนักแะลเหนื่อยจังเลย
เพิ่งรู้ว่าเวลาอยู่ในฟาร์มเค้าทำอะไรกันยังไง ฮาา
แต่รู้ค้างคาวออกจากถ้ำสวยมากเลยค่ะ ^^'

#1 By HeDw!g on 2011-11-12 19:47