หาดใหญ่-สงขลา เสน่ห์แห่งเมืองใต้...........................
 
 
 
 
 
 
เอนทรี่นี้ จะพาลงใต้ไปเที่ยวหาดใหญ่-สงขลา เสน่ห์แห่งเมืองใต้กันค่ะ 
 
 
 
ก่อนอื่น เรามาเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมสำหรับทริปนี้กันก่อนเลย

- แพลนไว้คราวๆก่อนเลยค่ะว่าจะออกจากที่พักกี่โมง ไปเที่ยวไหนบ้าง กะเวลาคร่าวๆยิ่งดี

- เช็คสภาพอากาศด้วยนะคะ เกิดเป็นวันที่ฝนตกหนัก ถ้าเที่ยวกลางแจ้ง เช่นน้ำตก คงหมดสนุก
 
- หากมีรถส่วนตัว ก็ควรเช็คสภาพรถให้เรียบร้อย เติมน้ำมันให้เพียงพอแก่การเดินทาง หรือถ้าจะเที่ยวโดยใช้บริการรถประจำทางก็เป็นการประหยัดไปอีกทางนึงเหมาะแก่การเที่ยวแบบสมาชิกน้อยๆ แนะนำว่าถ้าเที่ยวกับเป็นกลุ่มใหญ่ รถส่วนตัวจะสะดวกกว่านะคะ 
 
- ชาร์ตแบตเตอรี่กล้องถ่ายรูปและโทรศัพท์มือถือด้วยนะคะ กล้องถ่ายรูปถ้าแบตฯหมดก็หมดความหมายไปเลย ส่วนมือถืออันนี้ก็สำคัญ เพราะใช้ทำอะไรได้หลายอย่างมาก  
 
- ก่อนเที่ยว ต้องทานอาหารให้เรียบร้อยก่อน กองทัพต้องเดินด้วยท้อง แต่ก็อย่ากินมากจนเกินไปนะคะเดี๋ยวจะจุก แต่ถ้าใครอยากเที่ยวให้ประหยัดค่ากินมากที่สุด ก็ควรจะพกน้ำดื่มและขนมง่ายๆติดกระเป๋าไปด้วยจะดีมาก เพราะสถานที่บางแห่ง น้ำดื่มและของกินหายาก ไม่ก็ราคาแพงจนขนลุก
 
- พกหมวกด้วยนะคะ จับฉ่ายไม่ชอบพกร่มเพราะมันหนัก เลยอาศัยใช้หมวกแทน เอามาพัดลมเวลาร้อนก็ได้ด้วย อิอิ 
 
- พกปากกากับสมุดโน๊ตเล็กๆไปด้วยน๊า แม้ว่าจะมีกล้องถ่ายรูปในการบันทึกภาพ แต่บางเรื่องราว ก็สามารถเห็นชัดด้วยคำพูดนะคะ
 
- หากหลงทางหรือกำลังงงว่าที่ๆจะไปอยู่ตรงไหนแล้วหล่ะก็ อย่าอายที่จะถามคนแถวนั้นค่ะ เขาอาจจะให้คำตอบที่ดีกับเรา แต่ก็ต้องระวังมิชฉาชีพด้วย
 
- ลองถ่ายรูปป้ายชื่อสถานที่ หรือ ประวัติสถานที่ไปไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะเวลามาดูรูปทีหลังจะได้รู้ว่าเป็นที่ไหน มีความเป็นมาอย่างไร

- หากเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ขอแนะนำให้พกบัตรประจำตัวนักเรียน นิสิต ไปด้วยค่ะ เพราะบางที่อาจใช้เป็นส่วนลดในการเข้าชม หรือถ้าโชคดี ก็อาจจะได้เข้าฟรีเลยล่ะ
 
- สุดท้าย เตรียมตัวและเตรียมใจให้พร้อมค่ะ แล้วก็ ไปลุยกันเล้ยยยย 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
พอพูดถึงหาดใหญ่ หลายๆคนมักจะนึกถึง ศูนย์การค้า เมืองแห่งแสงสี
และหากมาหาดใหญ่ แล้วไม่ได้ไปเดินตลาดย่านตลาดกิมหยง ถือว่ายังมาไม่ถึงหาดใหญ่ค่ะ
 
 
 
ภาพด้านบนสุด เป็นอาคารที่อยู่บริเวณรอบๆ สีสันสดใสเชียว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นร้านค้าและที่พักค่ะ 
ต่อมาเป็นสถานีรถไฟหาดใหญ่ อยู่ห่างจากกิมหยงไม่มาก สามารถเดินได้แบบสบายๆเลย
ภาพขวาสุด แยกตลาดกิมหยงค่ะ ฟ้าเริ่มจะครึ้มๆแล้วหล่ะ จับฉ่ายไม่ได้พกร่มมาด้วยสิ
 
 
 
 
 
แถ่นแท้นนนนน มาเดินตลาดกิมหยงกันดีกว่าค่ะ
ถ้าจะให้ดีมาเช้าเลยนะคะ เพราะด้านหลังตลาดมีตลาดยามเช้าด้วยหล่ะ ของกินอร่อยเพียบเลย แต่จับฉ่ายมาไม่ทันค่ะ ตลาดวายซะก่อน เลยอดกินของอร่อยเลย 
รับรองว่ามากิมหยงแล้วต้องได้อะไรสักอย่างติดไม้ติดมือกลับไปแน่นเลย เพราะมีทั้งขนมขบเคี้ยว ของแห้ง เสื้อผ้า รองเท้า ผลไม้ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง แล้วแต่จะเลือกซื้อเลย
ด้านล่างเป็นของกินค่ะ จับฉ่ายชอบมากคือปอเปี๊ยะสด รูปตรงกลางค่ะ มาทุกที กินทุกที ร้านถนัดศรี ตั้งอยู่บริเวณตลาดสันติสุข ละแวกเดียวกับกิมหยงเลย
 
 
 
 
อ้ากกกก ฝนตกแล้วค่ะ ต้องเดินแบบหลบๆเอา ถึงแม้จะเป็นฤดูร้อน แต่ฝนตกเกือบจะทุกวันเลย
 
 
 
 
 

กว่าฝนจะหยุดตกก็เกือบห้าโมงแล้วค่ะ วันนี้ตกไม่หนัก แต่ตกเรื่อยๆ
เย็นแล้วก็กลับบ้านก่อนแล้วกันนนนน นน 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เช้าวันต่อมา ...
 
ตื่นแต่เช้าเลยค่ะ วันนี้ไปเที่ยวกับครอบครัวไปกันเป็นครอบครัวใหญ่เลย จัดไป ๑๑ คน
บ้านจับฉ่ายชอบยกโขยงกันไปค่ะ ครอบครัวนี้เขาอินดี้ ^ ^
คุณตาอยากไปเที่ยววัดพะโคะ พวกเราเลยพาไป แต่ตอนเดินเที่ยววัด ลืมกล้องไว้ที่รถค่ะ
ขี้เกียจลงไปเอาด้วยสิ เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาฝาก แต่เป็นสถานที่ที่น่าไปอีกที่นึงเลย เพราะเป็นสถานที่เกิดของหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดค่ะ ตั้งอยู่ที่ อำเภอสทิงพระ
 
 
ที่ต่อมาที่เป็นเป้าหมายคือ น้ำตกโตนงาช้าง ตั้งอยู่อำเภอหาดใหญ่  ห่างจากวัดพะโคะเยอะมาก คนละอำเภอกันเลย เรียกได้ว่านั่งรถจนเมื่อยก้น แต่ด้วยความอยากเล่นน้ำที่มีมากกว่า ทุกคนเลยอดทนมาถึงนี่
 
 
 
น้ำตกโตนงาช้าง อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้างค่ะ สภาพป่าที่นี่ยังสมบูรณ์มาก สวยมากด้วย
คำว่าโตน ในภาษาใต้แปลว่าน้ำตกค่ะ น้ำตกทางใต้ส่วนใหญ่ เลยมีคำว่า "โตน" นำหน้า 
 
 
ค่าเข้าท่านละ ๒๐ บาท  ผู้สูงอายุเข้าฟรี รถยนต์คันละ ๓๐  นักเรียนนิสิตนักศึกษาลดเหลือ ๑๐ บาทค่ะ 
ครอบครัวจับฉ่าย ๑๑ คน จ่ายไป ๒๐๐ พอดีเป๊ะเลย ทั้งได้ส่วนลดด้วย แล้วก็ขอต่อราคาด้วย อิอิ เจ้าหน้าที่ใจดีจังเลย
อ่อ ที่นี่มีร้านอาหารแล้วก็ร้านค้าด้วย ถ้ามาตัวเปล่าก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้เล่นน้ำ เพราะสามารถหาซื้อเสื้อผ้าที่นี่ได้เลยค่ะ ราคาไม่แพงด้วยน๊าาา
 
 
 
 
 
 
 
โตนงาช้างมีทั้งหมดเจ็ดชั้นแน๊ะค่ะ จับฉ่ายมากี่ครั้งๆ เดินขึ้นไม่ถึงซะที อย่างมากก็แค่ชั้นสาม 
เพราะถ้าเดินไปถึงชั้นเจ็ด ต้องใช้เวลา ๓ ชั่วโมง เป็นระยะทางประมาณ ๑๕๕๐ เมตรเลยทีเดียว
 
 
 
นี่เป็นชั้นหนึ่งค่ะ ชื่อว่า "โตนบ้า" รถสามารถเข้าไปถึง มีที่จอดรถใกล้ๆน้ำตกเลย 
ชั้นนี้เด็กๆเยอะมากค่ะ มีจุดให้อาหารปลาด้วย ตัวโตๆเชียวหล่ะ
แล้วด้วยความที่จับฉ่ายช่างรักเด็กเหลือเกิน เลยขอผ่านชั้นนี้ไปแล้วกันค่ะ ขึ้นไปชั้นสองกันดีกว่า
 
 
 
 
 
 
ชั้นสอง "โตนปลิว" ชั้นนี้ห่างจากชั้นแรก ๒๐๐ เมตรค่ะ มีทางเดินให้เดินแบบสะดวก แต่ก็เล่นเอาเมื่อยเหมือนกัน เดินขึ้นเขา ฮึบๆๆๆ ฟู่ววววว 
ตั้งแต่ชั้นสองเป็นต้นไป ห้ามนำอาหารเข้าไปนะคะ เดี๋ยวจะเลอะเทอะเอา อิอิ ช่วยกันรักษาธรรมชาติด้วยนา แล้วก็ห้าเหวี่ยงนะคะถ้าเจ้าหน้าที่ขอตรวจกระเป๋า
ฤดูร้อนแบบนี้ น้ำไม่ลึกมากค่ะ มีหลายแอ่งให้เลือกเล่นตามใจชอบเลย
ตู้มมมม จับฉ่ายกระโดนลงน้ำ วันนี้ขอเป็นนางเงือกแล้วกัน ^ ^
 
 
ว่ายน้ำเพลินๆเกิด