ชีพ-พา-จร :: เดินทอดน่อง ส่องอดีตเมืองสงขลา
 
 
 
 
 
 
 
ไม่ได้อัพเอนทรี่ซะนานเลย เนื่องจากหลายๆสาเหตุ  
ช่วงนี้จับฉ่ายอาจจะไม่ได้เข้าไปอ่านบล็อคของเพื่อนๆนะคะ อย่าเพิ่งลืมกันน๊าาาา
 
หายไปนาน เอาเป็นว่า ขอแก้ตัวด้วยการพาเที่ยวแบบเต็มอิ่มจุใจ  สวรรค์ของนักชิม ^ ^  
ชีพ-พา-จร เอนทรี่นี้ จะพาไปเดินชมเมืองเก่า แล้วก็หาของอร่อยๆกิน ที่ถนนนางงามค่ะ  
มีแจกโปสการ์ดเช่นเคย แล้วก็พิเศษ เอนทรี่นี่แจกของที่ระลึกด้วยค่ะ 
 
 
 
 
ถนนนางงามเป็นถนนสำคัญสายหนึ่งในย่านเมืองเก่า ตำบลบ่อยาง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา 
ถนนอีกสองสายที่สำคัญไม่แพ้กันเลยคือถนนนครนอก และ ถนนนครใน ซึ่งอยู่ถัดจากถนนนางงามค่ะ ถนนทั้งสามสาย มีห้องแถวและอาคารบ้านเรือนในแบบจีน ไทยจีน และชิโนโปรตุกีส ปลูกสร้างสลับกันไป 
 
ถ้ายึดทะเลสาบสงขลาเป็นหลัก ถนนที่อยู่ติดทะเลสาบคือถนนนครนอก ถนนนครใน ถนนนางงามอยู่ถัดมาตามลำดับค่ะ มีทั้งคนไทย คนจีน และมุสลิม อยู่รวมกันในย่านนี้ ,, ต่างศาสนา แต่ก็ไม่ได้แปลกแยก ,, และในความแตกต่างนี้แหละค่ะ จับฉ่ายว่ามีเสน่ห์สุดๆไปเลยหล่ะ ^ ^
 
ถนนนางงามในสมัยก่อน มีชื่อว่า "ถนนเก้าห้อง"  เนื่องจากสมัยก่อนถนนสายนี้มีห้องแถวเพียงแค่ ๙ ห้องเท่านั้นค่ะ  ต่อมาเมื่อรัฐบาลจัดงานฉลองรัฐธรรมนูญ จังหวัดสงขลาก็จัดงานเหมือนกัน แล้วก็มีการประกวดนางงามสงขลา ปรากฎว่า ผู้ที่ได้รับตำแหน่งนางงามสงขลาคนแรก เป็นสาวงามจากถนนเก้าห้อง จากนั้นมา คนสงขลาเลยเรียกถนนสายนี้ว่า "ถนนนางงาม" จนถึงปัจจุบัน
 
ย่านเมืองเก่า เดินทอดน่องได้ทั้งวันเลยค่ะ บางร้าน ในแต่ละช่วงจะขายอาหารไม่เหมือนกันเลย ไม่ว่ามาช่วงไหนก็ได้รับความประทับใจกลับไปเต็มกระเป๋าเลยหล่ะ
 
 
 
ตามมาค่ะ ^ ^ ไปเดินทอดน่องด้วยกันนะ นะ นะ 
 
 
 
 
 
 
 
แรกเริ่มเดิมที ตะวันเพิ่งโผล่จากขอบฟ้าแบบนี้  จับฉ่ายอยากกินโจ๊ก เลยว่าจะมาอุดหนุน โจ๊ก "ร้านเกาะไทย" เสียหน่อย แต่ก็ต้องผิดหวังค่ะ โต๊ะเต็มหมดเลย
 
 
ลืมบอกไปค่ะ ร้านรวงในถนนนางงาม จะเป็นร้านเล็กๆ โต๊ะ เก้าอี้ มีจำกัด ,, เค้าไม่ได้หยิ่งนะ  แต่ขายเท่าที่มี เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วค่ะ  สูตรอาหารคาวหวานก็จะสืบทอดมาจากบรรพบุรุษโน่นเลย ^ ^ 
 
 
 
 
ในเมื่อร้านเกาะไทย โต๊ะเต็ม เลยเดินมาที่ร้านนี้เลย "โจ๊ก&ก๋วยจั๊บ (เก้าห้อง)" ,, อยากจะกินโจ๊ก แต่พอหาที่นั่งได้เรียบร้อย สั่งโจ๊กหมู แม่ค้าก็บอกว่า โจ๊กหมด !! เลย ต้องกินก๋วยจั๊บแทน 
 
 
สำหรับคนที่ไม่ชอบกลิ่นเครื่องเทศ คงไม่โปรดเมนูนี้สักเท่าไหร่ เพราะน้ำซุปตุ๋นด้วยเครื่องเทศ บวกกับเครื่องยาจีนน่ะค่ะ  แต่ถ้าใครชอบแล้วหล่ะก็ ... ถึงขั้นติดใจเชียวหล่ะ 
 
 
 
 
 
แต่พอเดินไปเรื่อย ก๋วยจั๊บที่ทานเข้าไปเริ่มเอาไม่อยู่ จับฉ่ายเลยแวะร้านนี้เลยค่ะ "ร้านเกียดฟั่ง (ซาลาเปาเก้าห้อง)"
 
 
ข้าวสตูหมู น้ำจิ้มรสเด็ด แล้วก็ข้าวหมูกรอบ ร้านนี้หมูกรอบเค้าอร่อยมากๆเลย อ่อ!! แล้วก็อย่าลืมสั่งชาร้อนมาทานด้วยนะคะ ชาใต้รสชาติกลมกล่อม
 
 
ร้านเกียดฟั่ง ถ้ามาเช้าๆ ก่อนหกโมง อาจจะได้ทานซาลาเปาลูกใหญ่ ขอบอกว่า ลูกโตมากๆเลย มีให้เลือกทั้งไส้หวานไส้คาว ส่วนถ้ามาซื้อตอนเช้าไม่ทัน ก็แวะมาซื้อช่วงบ่ายได้ค่ะ เค้าขายสองรอบ
ส่วนข้าวสตูกับ หมูแดง หมูกรอบ ขายทั้งวัน อิ่มอร่อยกันได้ทุกมื้อ
 
 
 
กินอิ่มกันแล้ว ก็ไปไหว้พระกันเลยดีกว่าค่ะ  
 
 
วัดแรก "วัดยางทอง"  เหตุที่ชื่อนี้ เพราะมีบ่อน้ำใหญ่อยู่ในวัด มีต้นยางทองอยู่ริมบ่อ แล้วก็ยังเป็นที่มาของชื่อ "ตำบลบ่อยาง" อีกด้วย ,, คนสมัยก่อน ช่างตั้งชื่อนะคะ ตั้งชื่อง่ายๆ เรียกกันตามสภาพแวดล้อมที่เห็น
 
 
 
 
 
มาอีกวัดนึง อยู่ใกล้ๆกันเลยค่ะ "วัดเลียบ"
 
 
จับฉ่ายชอบจิตรกรรมฝาผนังที่วัดนี้มากเลยค่ะ ^ ^
 
 
 
 
 
 
มาต่อกันที่ "วัดดอนแย้" ห่างกับวัดเลียบแค่ถนนกั้นเท่านั้นเองค่ะ 
ในสมัยก่อน ผู้ที่สร้างวัดดอนแย้ขึ้นมา คงจะมีเชื้อสายจีนค่ะ (จับฉ่ายคิดเอาเอง) ทุกอย่างในวัดดอนแย้ เลยเป็นศิลปะแบบจีนผสมไทย ,, ไม่ได้เข้าไปในอุโบสถ ทางวัดเค้าล็อคกุญแจไว้ค่ะ ,, แต่ก็ถ่ายรูปภายนอกมาฝาก 
 
 
 
 
 
 
มาที่ "วัดโพธิ์ปฐมาวาส" กันบ้างค่ะ เป็นพระอารามหลวง คนในท้องถิ่นจะเรียกกันว่า วัดโพธิ์  
เดิมวัดนี้เรียกกันว่า "สถานที่ค้าโภค์" ซึ่งก็คือ ตลาดนัด ที่เรารู้จักนั่นแหละค่ะ พอกาลเวลาผ่านไป คำพูดเพี้ยนมาเรื่อยๆ จนกลายเป็น "วัดโพธิ์" ,,, ไม่ได้เกี่ยวข้องกับต้นโพธิ์ แต่อย่างใด
 
 
แล้วก็ไม่ได้เข้าอุโบสถอีกแล้ว พระกำลังทำวัตรเช้ากันอยู่ค่ะ อย่ารบกวนท่านเลยเน้อะ
 
 
ถ้าใครมีโอกาสได้มา อย่าลืมเข้าไปชมจิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์นะคะ สวยไม่แพ้วัดเลียบเลยหล่ะ วัดเลียบโทนสีแดง แต่วัดโพธิ์จะเป็นโทนขาวค่ะ
 
 
 
 
มาถึงคิวของวัดสุดท้ายที่จะพามา "วัดมัชฌิมาวาส" เป็นพระอารามหลวงเช่นเดียวกับวัดโพธิ์ค่ะ เป็นวัดที่สำคัญที่สุดของจังหวัดสงขลาเลยค่ะ
เดิมชื่อ "วัดยายจันทร์" แต่ต่อมาเรียกว่า "วัดกลาง" สาเหตุเพราะ ตั้งอยู่ ระหว่างวัดเลียบกับวัดโพธิ์ (ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว เพราะมีวัดดอนแย้มากั้นระหว่างวัดเลียบกับวัดกลาง)  พอนานๆเข้า เลยเปลี่ยนชื่อให้ไพเราะว่า "วัดมัชฌิมาวาส" แต่ชาวบ้าน ก็ยังติดปากเรียก "วัดกลาง" 
งงมั้ยเอ่ย ?? เอางี้แล้วกัน   ... วัดยายจันทร์ > วัดกลาง > วัดมัชฌิมาวาส (วัดกลาง)
 
 
วัดกลาง กำลังซ่อมพระอุโบสถอยู่ ,, ที่วัดยังมีพิพิธภัณฑ์ด้วยค่ะ แวะเข้ามาเยี่ยมชมได้ ไม่คิดตังค์
 
 
หัวมุมกำแพงวัดทั้งสี่มุม จะมียักษ์สี่ตนเฝ้า มุมละตนค่ะ ถ้าเจอยักษ์ ก็แสดงว่า มาถึงวัดกลางแล้ววว
 
 
 
นับเป็นเรื่องน่ายินดี ที่ย่านเมืองเก่า มีพระอารามหลวงถึงสองวัดด้วยกัน ^ ^
ข้อสังเกตวัดที่เป็นพระอารามหลวง ดูได้จาก ใบเสมารอบพระอุโบสถค่ะ วัดหลวงจะมีใบเสมาซ้อนกันสองใบ ในขณะที่ วัดปกติ จะมีใบเสมาเพียงใบเดียว  
 
 
 
 
 
ไหว้พระเสร็จ ก็มาเดินทอดน่องกันต่อค่ะ เดินไปเรื่อยๆ เพราะเราอินดี้ ๕๕๕+
 
 
 
มาดูบ้านเรือนในย่านเมืองเก่า ทั้งถนนนางงาม ถนนนครนอก และถนนนครในกันค่ะ
อย่างที่เปรยๆไปแล้วว่า มีให้ดูหลายสไตล์
 
 
 
 
 
 
 
บ้านหลายๆหลัง มีการซ่อมแซม ปรับปรุงให้แข็งแรงคงทน และงดงามสบายตามากขึ้น แต่ก็ยังคงโครงสร้างเดิมอยู่ ทำให้ ย่านเมืองเก่าในอดีตยังคงชัดเจน ไม่ซีดจางไปตามกาลเวลา
 
 
 
 
 
เดินเรื่อยๆ ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ก็เกือบๆเที่ยง ... จับฉ่ายจะพาไปกินเย็นตาโฟเจ้าประจำ มาร้านนี้ตั้งแต่เด็กๆแล้วค่ะ พอโตก็ยังชอบกินเย็นตาโฟร้านนี้อยู่  "ร้านใต้ฟ้า" 
 
 
ข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบ ข้าวขาหมู ก็มีนะคะ แล้วแต่ใครจะชอบกินอะไร สั่งได้ตามใจชอบเลย อร่อยทุกอย่าง ,, ใครจะกินอาหารร้านนี้ ต้องอดทนหน่อยค่ะ เพราะลูกค้าเยอะ แล้วแม่ค้าก็ช้าด้วย บางทีรอเป็นสิบนาทีเลย
แต่อย่ามาวันอังคารหล่ะ เพราะร้านปิดทุกวันอังคารค๊าา 
 
 
 
 
กินของคาวแล้ว ถึงคิวของหวานกันบ้างค่ะ จับฉ่ายชอบกินไอติม ^ ^
ร้านประจำของจับฉ่ายคือ "ไอติมยิว" เป็นไอติมไข่ แต่วันนี้จะลองกินร้านอื่นดูบ้าง
 
 
ภาพแรก เป็นไอติมไข่แข็ง "ร้านไอศครีมจิว" สามารถเลือกได้ว่า จะกินไอติมธรรมดา หรือ ใส่ไข่ ส่วนไข่จะแข็งมากแข็งน้อยก็สั่งได้ตามใจชอบเลย  ,, แม้ว่าจะใส่ไข่ แต่ก็ไม่คาวเลยค่ะ จริงๆนะ 
 
ภาพที่สอง "ร้านไอติมโอ่ง" ในรูปเป็น ไอติมยกล้อค่ะ  ก้อนไอติมในน้ำโค้กที่แช่เย็นจนเป็นวุ่น หวานๆซ่าๆ ,, ร้านนี้มีหลายเมนูมาก ทั้งไอติมทรงเครื่อง ไอติมไข่แข็ง ไอติมถั่วเขียว ไอติมเรนโบว์ และอีกสารพัดชื่อไอติมที่เจ้าของร้านเค้าคิดมา ,, มีลูกชิ้นทอดกับเกี๊ยวทอดด้วยค่ะ แวะมาชิมกันได้นะ ใครมาช่วงวันเกิด ก็กินฟรีไปเลยค่ะ ^ ^
 
 
 
 
 
ตรงข้ามกับร้านไอติมโอ่ง จะเป็น "ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง" ในบริเวณเดียวกันมี "โรงเรียนสงขลาวิทยามูลนิธิ" หรือที่เรียกกันว่า "โรงเรียนจีน" เป็นโรงเรียนอนุบาลถึงประถม สอนทั้งภาษาไทยและภาษาจีนค่ะ
 
 
ศาลหลักเมืองของเมืองสงขลาตั้งอยู่ที่ถนนนางงามค่ะ จะออกแนวจีน ต่างจากศาลหลักเมืองของอีกหลายจังหวัด ซึ่งจะเน้นศิลปะแบบไทย
 
 
มองเห็นเสาหลักเมืองกันรึเปล่าค่ะ ?? ธงบังซะมิดเลย
 
 
มีโรงงิ้วด้วยค่ะ  ,, ใต้โรงงิ้ว เป็นร้านก๋วยเตี๋ยว (แม่ค้าปากไวมาก เวลาสั่งอย่าเรื่องมากนะ) ต้องมุดเข้าไปกินตรงใต้ถุนโรงงิ้วค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
ใกล้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ก็มี "ศาลเจ้าพ่อกวนอู"
 
 
 
 
 
ไหว้เสาหลักเมือง ไหว้เทพเจ้ากวนอู เสี่ยงทายพระจันทร์เสี้ยว เซี่ยงเซียมซีกันเป็นที่เรียบร้อยก็ได้เวลา เดินวนๆๆ ต่อแล้วค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
 
ภาพซ้ายมือ เป็นร้านขายยาจีน 
ภาพขวามือ เป็นร้านขายซองปืนกับเครื่องหมายราชการค่ะ
 
 
 
 
 
 
"ประตูเมืองสงขลา" เป็นประตูดั้งเดิมสมัยที่ตั้งเมืองใหม่ๆเลยค่ะ   ทั้งเมืองเหลือให้เห็นแค่ประตูเดียว 
 
 
 
 
 
 
 
ห่างจากประตูเมืองสงขลามานิดนึง จะเป็นที่ตั้งของ "มัสยิดบ้านบน"
สังเกตที่หลังคาของมัสยิด จะเป็นเป็นกระเบื้องว่าวแบบเดียวกับวัดไทย
 
 
 
ที่เป็นแบบที่เนื่องมาจาก สมัยที่สร้างวัดกลาง ได้สร้างมัสยิดบ้านบนขึ้นมาด้วย เพื่อให้เป็นศูนย์กลางของชาวมุสลิมในย่านนี้ กระเบื้องที่ใช้เลยเป็นกระเบื้องแบบเดียวกับวัดค่ะ
 
 
 
 
 
พอเดินมาเรื่อยๆ ก็มาเจอศาลเจ้าเล็กๆ แบบบังเอิญค่ะ
 
 
 
 
 
 
 
โรงสีแดง "หับ โห้ หิ้น" ชาวจีนเชื่อว่า สีแดงเป็นสีนำโชค และโรงสีก็สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์  จึงใช้สีแดงทาสีโรงสีนั่นเอง 
 
 
ปัจจุบัน ที่นี้ไม่ได้เป็นโรงสีแล้วล่ะค่ะ แต่ก็ยังตั้งตระหง่านอยู่บนถนนนครนอก ถือเป็นจุดเด่นของถนนสายนี้
 
 
 
 
 
บ้านเรือนสไตล์ ชิโนโปรตุกีส มักจะจารึกปีที่สร้างเอาไว้ด้วยค่ะ ทำให้รู้ว่า สร้างมากี่ปีแล้ว ,, ยาวนานเหมือนกันนะเนี่ย
 
 
 
 
 
 
ใครอยากจะซื้อของฝาก เป็นขนมอร่อยๆ ก็แวะมาที่ "บ้านขนมไทย สอง-แสน"
 
 
 
หรือจะเป็น "บ้านขนมไทยกุลประคอง" หรือ "บ้านขนมไทยแม่ฉวี" มีให้เลือกกันจุใจเลยค่ะ
 
 
 
 
 
 
แม่ของจับฉ่ายชอบกินข้าวฟ่างกวน แล้วก็ ขนมค้าวคาว มากๆเลยค่ะ แวะซื้อร้านเจ้าประจำไปฝากแม่สักหน่อยแล้วกันเน๊าะ  
ข้าวฟ่างกวน "บ้านคุณยาย" แล้วก็ขนมค้างคาว "ร้านพ